ได้ยินข่าวคนป่วยเข้าโรงพยาบาลเพราะลำไส้ทะลุจากการกลืนเม็ดกระท้อนอยู่บ่อยครั้ง ซ้ำยังมีผู้ป่วยบางคนถึงขั้นเสียชีวิต (อ่านข่าว อุทาหรณ์ ! ยายกลืนเม็ดกระท้อน ปวดท้องรุนแรง-ลำไส้ทะลุเสียชีวิต, และข่าวลูกสาวช็อก แม่เผลอกลืนเม็ดกระท้อน บาดลำไส้ทะลุ ติดเชื้อเสียชีวิต) ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า เม็ดกระท้อนที่มีเนื้อนุ่ม ๆ ดูไม่น่าจะเป็นอันตราย แต่ทำไมถึงมีพิษสงอย่างคาดไม่ถึง กระปุกดอทคอมจึงนำข้อมูลมาเตือนให้ทุกคนระมัดระวัง อย่ากลืนเม็ดกระท้อนลงคอเด็ดขาดค่ะ

แม้กระท้อนจะเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ส่วนที่เราต้องระวังก็คือ “เม็ด” ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่และลื่น หากไม่ระวังอาจไหลลงไปติดคอจนทำให้หายใจไม่ออก หรือถ้าหากเม็ดกระท้อนหลุดเข้าไปในระบบย่อยอาหาร ส่วนเนื้อกระท้อนที่เคลือบอยู่ด้านนอกเม็ดกระท้อนจะถูกย่อยและดูดซึมออกไป เหลือแต่เม็ดที่มีปลายแหลมคมทั้ง 2 ข้าง ซึ่งปลายแหลมคมนี้เองอาจจะไปขูดผนังกระเพาะอาหารและลำไส้ทำให้เกิดบาดแผล หรือเกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบได้
ยายกลืนเมล็ดกระท้อน ตาย

นอกจากนี้เม็ดกระท้อนยังอาจไปทิ่มตำลำไส้ใหญ่ซึ่งมีผนังบางกว่า ทำให้ลำไส้ทะลุ หรือฉีกขาด และทำให้อุจจาระซึ่งเป็นของเสียรั่วไหลไปอยู่ในช่องท้อง จนเกิดการติดเชื้อรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย เพราะเม็ดกระท้อนมีความแข็งมาก ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ จะออกจากร่างกายได้ด้วยการอุจจาระออกมา

ทั้งนี้มีข้อมูลด้วยว่า ในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยมีอาการปวดท้องรุนแรงจากการกินเม็ดกระท้อนเข้าไปจนลำไส้ทะลุ และในจำนวนนั้นก็มีผู้ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสโลหิตอยู่ด้วย เพราะบางคนกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปแล้วรู้สึกปวดท้อง แต่คิดว่าไม่เป็นอะไร กระทั่งปวดท้องรุนแรงจนทนไม่ไหว กว่าจะมาพบแพทย์เพื่อผ่าตัดลำไส้ เชื้อโรคก็ได้กระจายเข้าสู่กระแสเลือดและทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น อาการไตวาย จนกระทั่งเสียชีวิต

มาถึงตรงนี้ บางคนอาจมีคำถามว่า ตัวเองก็เคยกลืนเม็ดกระท้อนลงไปแต่ไม่เป็นอะไร ซึ่งเรื่องนี้ ผศ. นพ.ฉัตรชัย มิ่งมาลัยรักษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์และศัลยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร ได้ให้ข้อมูลมาว่า บางคนอาจโชคดีที่กลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปแล้วไม่เป็นอันตราย เพราะปลายด้านแหลมของเม็ดฝังอยู่กับกากอาหารชนิดอื่น ๆ ที่กินเข้าไป จึงถูกขับออกมาพร้อมกับอุจจาระ แต่ในคนสูงวัยจะมีอัตราเสี่ยงได้รับอันตรายจากเม็ดกระท้อนมากกว่า เพราะผนังลำไส้มีอัตรการบีบตัวช้ากว่า ทำให้เม็ดกระท้อนอยู่ในท้องนานขึ้น อีกทั้งอาการอื่น ๆ จะแสดงออกมาช้ากว่าคนปกติด้วย